ยินดีต้อนรับเข้าสู่ห้องเรียน

KruSani

รายวิชาสังคมศึกษา ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6
นางสาวนิภาภรณ์ พิมพ์ทอง
ตำแหน่งครู ชำนาญการพิเศษ

กลุ่มสาระการเรียนรู้ สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรมโรงเรียนพิบูลมังสาหาร อำเภอพิบูลมังสาหาร จังหวัดอุบลราชธานี

“โอกาสทางการศึกษา” สมัยที่ครูเป็นเด็กมันมีคุณค่ากับครูที่สุด ตอนเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่โรงเรียนบ้านแก่งเจริญ คุณครูให้ออกไปพูดหน้าชั้นเรียนในหัวข้อ “โตขึ้นอยากเป็นอะไร” ตอนนั้นได้พูดให้คุณครูกับเพื่อน ๆ ฟังว่า โตขึ้นอยากเป็นครู เพราะครูช่วยให้เด็กได้รู้หนังสือ ประโยคนี้ในเวลานั้นไม่แน่ใจตัวเองเหมือนกันว่าพูดจากประสบการณ์รอบตัวหรือจิตใต้สำนึกรู้สึกอย่างนั้นจริง ๆ (ในตอนนั้นอาชีพครูเป็นความใฝ่ฝันของหลาย ๆ คน) แต่พอเรียนจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 อนาคตคุณครูที่พูดไว้แทบจะไม่มีเลย ชีวิตไม่ได้เดินสู่เส้นทางนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา แต่เป็นเส้นทางของการทำงาน ความยากจนประกอบกับเป็นพี่คนโตที่มีน้องอีก 3 คน มันคือภาระหนักของพ่อแม่ ชีวิตต้องเลือกระหว่างเรียนกับทำงาน ครูเลือกทำงาน ทั้งก่อสร้าง คนรับใช้ คนงานร้านขายข้าวแกง รับจ้างดำนา เกี่ยวข้าว ทำ เพื่อจะได้เงินดูแลตัวเองและส่งให้แม่เป็นค่าใช้จ่ายในบ้าน

โอกาสทางการศึกษา เปิดให้ครูตอนที่มาอยู่กับญาติห่าง ๆ ที่อำเภอวารินชำราบ ที่บ้านญาติรับผ้าโหลมาเย็บส่งขาย ครูก็ช่วยเย็บผ้า และทำงานบ้าน โชคดีที่พี่ ๆ ในบ้านญาติทุกคนเรียนหนังสือ มีงานดี ๆ ทำ ประกอบกับ เขามองออกว่าครูอยากเรียนหนังสือ จึงให้โอกาสไปสมัครเรียน ม.ต้น ที่ กศน.จังหวัดอุบลราชธานี อยู่ที่นี่จนกระทั่งเรียนจบชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น พี่ ๆ ทุกคนรักและเอ็นดูครู จะให้เรียนต่อ ม.ปลาย แต่ชีวิตก็ต้องเลือกถ้าเรียนต่อ เราไม่มีเงินส่งทางบ้านเลยเพราะเขาให้เป็นค่าใช้จ่ายในการเรียนเท่านั้น ไม่ได้มีเงินเดือนให้ต่างหาก ในขณะที่ทางบ้าน ยังต้องดูแล ดังนั้นจบ ม.ต้น ก็ได้ออกจากบ้านญาติ กลับมาตั้งหลักที่บ้านตัวเอง

วุฒิการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นเปิดทางให้ก้าวเข้าสู่เมืองกรุงครั้งแรกในชีวิต เริ่มต้นชีวิตกรุงเทพด้วยการช่วยน้าขายปลาหมึกย่าง ทำอยู่ซักพักก็ได้สมัครงานที่บริษัทซีเกทเทคโนโลยี ประเทศไทย ต้องขอบคุณที่นี่มาก ๆ เพราะมันทำให้โลกใบนี้ของครูเริ่มสว่างมากขึ้นเรื่อย ๆ เงินก็มี โอกาสทางการศึกษาก็มา ทำงานได้ซักระยะ ครูก็ไปสมัครเรียนที่ กศน. จังหวัดปทุมธานี จนได้วุฒิการศึกษาระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย หัวหน้างานเห็นว่าเป็นคนขยัน ตั้งใจทำงาน จึงให้ไปทำงานเป็นผู้ช่วยในฝ่าย Engineering ที่ดูแลระบบการผลิตของโรงงาน ทำให้ได้เรียนรู้ การใช้คอมพิวเตอร์ในสำนักงาน โอ้โฮ!! มันสุดยอดมากในตอนนั้น สมัยนั้นนะถ้าอยากใช้คอมพิวเตอร์เขาต้องไปสมัครเรียน แต่ครูได้เรียนรู้ไปพร้อมกับการทำงานควบคู่กับการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ เพราะกระบวนการผลิตรวมถึงผลิตภัณฑ์ทุกอย่างของบริษัทจะเรียกเป็นศัพท์ภาษาอังกฤษ ซึ่งทำให้ครูต้องฝึกฝนและเรียนรู้เพื่อใช้ในการทำงาน

หลังจากได้วุฒิ ม.ปลาย ความตั้งใจแรกที่ทำคือสมัครเรียนต่อระดับปริญญาตรี ตอนนั้นประเมินตนเองว่า ต้องเรียนมหาวิทยาลัยที่สามารถทำงานไปด้วยเรียนไปด้วยได้ และที่สำคัญเราต้องสามารถเรียนจบ จึงตัดสินใจเลือกเรียนที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง วิชาเอกสังคมศึกษา ทำงานที่บริษัทซีเกทจนกระทั่งเรียนจบปริญญาตรี ที่นี่ให้สิ่งดี ๆ กับครูหลายอย่าง ทั้งเงิน ทั้งโอกาสทางการศึกษา ทั้งเพื่อนพ้องน้องพี่ ทำให้ได้มีโอกาสทำกิจกรรมดี ๆ โดยรวมกลุ่มกันใช้เวลาช่วงวันหยุดไปสร้างอาคารเรียนให้กับโรงเรียนที่ขาดแคลนในต่างจังหวัด ภายใต้ชื่อกลุ่มอาสาพัฒนาชนบท 08 การที่เราได้เห็นความลำบากของคนอื่น ได้ทำงานร่วมกับคนหลากหลายอาชีพ แตกต่างกันทางความคิด แตกต่างกันทางฐานะความเป็นอยู่ ยิ่งทำให้ครูมองเป้าหมายในชีวิตได้ชัดเจน เลือกที่จะใช้ชีวิตแบบเรียบง่าย ไม่วิ่งตามกระแสนิยมทางวัตถุ

จบปริญญาตรี ชีวิตก็ก้าวเข้าสู่อาชีพครู เริ่มจากครูโรงเรียนเอกชน ครูอัตราจ้าง ขณะเดียวกันเป้าหมายที่วางไว้คือการสอบบรรจุเข้ารับราชการก็ต้องพยายามทำให้สำเร็จ ครูไปสอบหลายที่ ทั้งสมุทรปราการ สุโขทัย ตาก ขอนแก่น ซึ่งเป็นที่ที่ไม่เคยไปก็ไป ไม่มีเพื่อนก็ไปคนเดียว เพราะอยากรับราชการจึงตั้งใจอ่านหนังสือ อดทนกับความยากลำบากทุกอย่าง ได้แต่บอกตัวเองว่าความอดทนจะทำให้เราประสบผลสำเร็จ ครูสอบติดขึ้นบัญชีไว้ 3 ที่ สมุทรปราการ สุโขทัย ตาก ได้บรรจุที่จังหวัดปทุมธานีด้วยบัญชีจังหวัดสมุทรปราการ ในที่สุดชีวิตก็เข้าสู่อาชีพข้าราชการตามที่ตั้งใจ เมื่อเป้าหมายแรกประสบผลสำเร็จ เป้าหมายถัดมาคือเราต้องพัฒนาตนเองเพื่อความก้าวหน้าในสายอาชีพประกอบกับพัฒนาความรู้อันจะเป็นประโยชน์ต่อนักเรียน ทำให้ครูได้เรียนต่อระดับปริญญาโทที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เมื่อหน้าที่การงานมั่นคง สิ่งที่ต้องการในชีวิตตอนนั้นคือการได้กลับมาใช้ชีวิตในถิ่นฐานของตัวเอง ได้อยู่กับพ่อแม่พี่น้อง ได้ใช้ความรู้ที่มีพัฒนาเด็ก ๆ ในท้องถิ่น ซึ่งอาจจะได้ไม่มาก แต่ก็ได้....................

ที่เล่าให้ฟัง เพราะอยากให้กำลังใจกับนักเรียนทุกคนโดยเฉพาะนักเรียน ม.6 ครูได้รับรู้ชีวิตของนักเรียนมาหลายรุ่น ทั้งที่ขาดโอกาสที่จะได้เรียนต่อระดับที่สูงขึ้น ทั้งที่ไม่ได้เรียนต่อด้วยเหตุผลอื่น ๆ จริง ๆ แล้วในสังคมปัจจุบัน โอกาสทางการศึกษามีมากกว่าสมัยที่ครูเป็นเด็ก ปัญหาอยู่ที่การควบคุมจิตใจของเราเองการวางเป้าหมายในชีวิตของเราเอง การทำตัวเองให้มีคุณค่าจะทำให้เราอยู่ในโลกของความจริงที่มีความสุขได้ทุกสถานการณ์ สิ่งนี้สำคัญมากค่ะ

นางสาวนิภาภรณ์ พิมพ์ทอง

ครูศนิ